ประวัติความเป็นมาของถนนสายบ้านควนโต๊ซำ - บ้านบูเกตยามู ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ประชาชนในชุมชนบ้านนาปริก บ้านบูเกตยามูในในการคมนาคมใช้เป็นถนนสายหลัก รวมถึงเป็นทางลัดไปสู่ประเทศมาเลเซียของคนทั่วไปใช้ในการสัญจร ก่อนที่จะได้มาซึ่งสายนี้ คนรุ่นเก่าในชุมชนบ้านนาปริก บ้านหัวควนและบ้านบูเกตยามูได้ลงทุนลงแรงสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง คนรุ่นใหม่อาจจะไม่เคยทราบมาก่อน เราจึงของเขียนถึงถนนสายนี้ไว้เป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลังไว้เป็นประวัติศาสตร์แก่ลูกหลานสืบไป

           ในอดีตชุมชนบ้านนาปริก ชุมชนบ้านหัวควนและชุมชนบ้านบูเกตยามู เป็นชุมชนเดียวกัน ตั้งอยู่หมู่ที่ 13 ตำบลควนโดน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ต่อมากรมการปกครองได้แบ่งอำนาจการปกครองใหม่ให้ตำบลควนโดน(เดิม) ปรับยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอควนโดน ชุมชนบ้านบูเกตยามู บ้านหัวควนและบ้านนาปริก ปรับเป็นหมู่ที่ 7 ต.ควนโดน กิ่ง อ.ควนโดน จ.สตูล ต่อมาได้มีการแบ่งอำนาจการปกครองขึ้นใหม่เมื่อ กิ่ง อ.ควนโดน ได้รับการปรับยกฐานะเป็นอำเภอควนโดน แบ่งการปกครองออกเป็น 4 ตำบล คือ ตำบลควนโดน ตำบลควนสตอ ตำบลย่านซื่อ แลตำบลวังประจัน

          บ้านบูเกตยามู ได้รับการแบ่งอำนาจการปกครองขึ้นใหม่ออกเป็น 2 หมู่บ้าน คือ บ้านบูเกตยามู เป็นหมู่ที่ 7 ตำบลควนโดน และบ้านนาปริกรวมกับบ้านหัวควน เป็นหมู่ที่ 9 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล

          ในทุกๆ ปี เมื่อถึงเวลาหน้าแล้งมาเยือน ประชาชนคนบ้านนาปริก บ้านหัวควน จะพร้อมใจกันแบกจอบแบกพร้ามากรุยทางถากถางเป็นทางเดิน เพื่อใช้สำหรับการเดินทางไปตลาดนัดและการติดต่อกับโลกภายนอกเป็นประจำในทุกปี

          ต่อมา...ในการประชุมหมู่บ้านได้มีมติมอบหมายให้ นายสู เส็มละ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 13 ต.ควนโดน อ.เมืองสตูล จังหวัดสตูล เป็นผู้ประสานงานกับ กรป.กลาง(นพค.45 ในปัจจุบัน) เพื่อขอความอนุเคราะห์สร้างถนนให้กับคนในชุมชนบ้านนาปริกและบ้านหัวควน ได้มีถนนเพื่อใช้ในการคมนาคม จากการติดต่อประสานงาน กรป.กลาง ก็ยินดีที่จะทำให้ แต่เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีแผนการที่จะสร้าง จึงได้ร้องขอให้ชุมชนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าน้ำมันเชื้อเพลิง....

          นายสู เส็มละ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จึงได้เคาะเกราะเรียกประชุมลูกบ้านเพื่อประชุมหารือ ได้ข้อสรุปว่าทุกวันอังคารเมื่อนำยางพาราแผ่นมาขายให้มีการจัดเก็บเงินส่วนหนึ่งของทุกครอบครัวเพื่อเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้ กรป.กลางสร้าถนนให้ พร้อมทั้งได้จัดทีมงานและมอบหมายให้ติดต่อประสานงานกับเจ้าของสวนเพื่อขอทำถนน พร้อมทั้งการประสานกับผู้ใหญ่บ้าน(บ้านบูเกตยามู)ดำเนินการในทำนองเดียวกัน

          จากการอดออมรอมริบของประชานในการรวบรวมเงินก้อนหนึ่งสำหรับซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการสร้างถนนนั้นไม่ยากอย่างที่ใครคิด เพราะทุกคนเห็นพ้องต้องกัน แต่การขอที่ดินสร้างถนนยากกว่า เพราะที่ดินส่วนใหญ่ที่เป็นทางผ่านไม่ได้มีแต่ของคนในชุมชน ในตอนแรกทุกคนมีความเป็นห่วงว่าตอนต้นทางจากหัวเขาลูกช้าง(ควนโต๊ะซำ) ซึ่งเป็นที่ดินของคนจีนน่าจะยากแต่กลับง่ายเกินคาด เพราะโกเกียรติ กับโกอู่ บอกนุญาตให้สร้างได้ง่ายๆ

          เงินพอที่จะซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง กรป.กลาง ก็เริ่มดำเนินงานกรุยทางตามแผนของสามชุมชน จากหัวเขาลูกช้าง(ควนโต๊ะซำ) ถึงที่หมายหัวสะพานบ้านบูเกตยามู กลับไม่ราบรื่นนัก เมื่อมาติดที่ดินของโต๊ะครูหะยีสมาน ต้องว่างเว้นเป็นถนนสองตอน แต่ กรป.กลางก็สร้างจนเสร็จได้ถนนดินแดงสมใจนึก แม้ว่าจะไม่ตลอดเส้นทางตามที่วางไว้ก็ตาม

          หลังจากถนนเสร็จ จึงได้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างภาครัฐ(กรป.กลาง) กับประชาชนเพื่อตั้งชื่อถนนสายนี้ โดย กรป.กลาง เป็นคนเสนอชื่อถนนว่า "ถนนประชาร่วมใจ" พร้อมทำป้ายไม้ปักไว้ที่ปากทางควนโต๊ะซำ(เขาลูกช้าง)

          หลายปีต่อมา ถนนสายนี้ก็ได้รับการปรับปรุงเป็นถนนราดยางมะตอยโดย รพช."เร่งรัดพัฒนาชนบท" (กรมทางหลวงชนบทในปัจจุบัน) ชื่อถนนประชาร่วมใจก็ได้หายจากไป ปัจจุบันเป็นทางหลวงชนบท หมายเลข 3022 ในปัจจุบัน 

เขียนโดย ร.ต.ต.เจษฎา ปะดุกา 13 ต.ค.59